文章标签 ‘陈青云’ 的汇整

  • ประวัติเหลาจื้อโดยย่อ

    日期:2013.02.10 | 分类:谈天说道 | 评论数:0

    陈青云
    เหลาจื้อ (เล่าจื้อ) แซ่หลี่ชื่อตัวว่าเอ่อร์ ฉายาเปอะหยาง หรือตัน (เหลาตัน) เป็นคนอำเภอขู่รัฐฉู่ (ปัจจุบันคือเมืองลู่อี้ในมณฑลเหอ หนาน) เกิดในช่วงหลังยุคชุนชิว (ประมาณก่อนคริตศักราชปี 571) ท่านเคยรับราชการเป็นบรรณารักษ์ ที่หอสมุดหลวงของราชวงศ์โจว เหลาจื้อมีอายุมากกว่าขงจื้อประมาณ 20 ปี ในเวลานั้นขงจื้อเคยเรียนถามพิธีกรรมกับเหลาจื้อในสมัยราชวงศ์โจว เมื่อกลับมายังประเทศหลู่ได้ยกย่องเหลาจื้อกับนักเรียนว่า “ท่านเหลาจื้อที่เราพบนั้นดุจเทพเจ้ามังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง ความรู้ของท่านนั้นลึกล้ำยากที่หยั่งวัดได้ นับเป็นครูของเราอีกท่านหนึ่ง”

    เมื่อราชวงศ์โจวถึงยุคเสื่อมโทรม เหลาจื้อลาออกจากราชการมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกผ่านด่าน”หานกู่”เข้าสู่ประเทศฉีน นายด่านชื่ออินซี่ขอร้องให้หยุดพักที่ด่านเพื่อเขียนหนังสือปรัญชาแห่งชีวิต ท่านจึงได้เขียนหนังสือชื่อว่า “เหลาจื้อ” ขึ้นมา 1 เล่มมีอักษรทั้งหมด 5,000 คำ ต่อมาเรียกว่าคัมภีร์“เต้าเตอะ” หลังจากนั้นไม่มีใครทราบบั้นปลายของชีวิตท่านเลย เหลาจื้อคือนักคิดและนัก ปรัญชาที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของจีน เป็นต้นกำเหนิดของปรัญชาเต๋า ต่อมาถูกยกย่องให้เป็นต้นตระกูลแซ่ลี้ของฮ่องเต้ในสมัยราชวงศ์ถัง แล้วถูกฮ่องเต้ราชวงศ์ถังแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งเทพเจ้า (ไท่ซ่างเหลาจวิน) เป็นหนึ่งในร้อยของผู้มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์โลก ผลงานที่เป็นแก่นสำคัญมากที่สุดคือเหตุความเรียบง่าย สนับสนุนปกครองโดยไม่ปกครอง ซึ่งหลักคำสอนดังกล่าวเป็นรากฐานต่อการพัฒนาปรัชญาอันลึกซึ้งของจีนมาอย่างยาวนาน จึงถูกยกย่องให้เป็นศาสดาแห่งศาสนาเต๋า

    เหลาจื้อใช้คำว่า “เต๋า” อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลง(พัฒนาการ)ของสรรพสิ่งในจักรวาล มีแนวคิดว่า”เต๋ากำเหนิดหนึ่ง หนึ่งกำเหนิดสอง สองกำเหนิดสามและสามกำเหนิดสรรพสิ่ง” เต๋าก็คือ”ชีวิตแห่งวิถีธรรมชาติ” เพราะ ”คนเคารพกฏของดิน ดินเคารพกฏของฟ้า ฟ้าเคารพกฏของเต๋าและเต๋าเคารพกฏของธรรมชาติ” “เต๋าเป็นการมองกฎแห่งธรรมชาติอย่างเป็นกลาง มีความเป็นอิสระ มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงและการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ย่อท้อ” คือความหมายอันเป็นนิรันดร์

  • Introduction to Lao zi

    日期:2013.02.05 | 分类:谈天说道 | 评论数:0

    Lao zi, name Li Er, the word ‘Bo Yang’, also name Lao Dan. was born in about around BC 571 the later period of spring and autumn (Chunqiu period ), Chu state Ku county (now Henan LuYi). Had done Zhou dynasty keep hidden chamber of history, in charge of the royal scheme. His about more than twenty years old greater than Confucius, Confucius had to zhou dynasty asked him ritual, back after Lu state to his students say: I see Lao tze, like be secretive in one, knowledge deep and unpredictable, it is my teacher!

    Zhou dynasty decline, Lao zi resign the goverment post then from west going to ‘han-gu-guan’ into the qin state, the defend of gate duty officials name YinXi ask for stay. Written have the “Lao zi” five thousand words, also called the “Tao Te Ching”. Then his “Left vanish into thin air”.
    Was China ancient times a great philosopher and thinker, founder of the Taoist school. By the Tang dynasty emperor after think those named ‘Li’ account ancestor, and be Tang emperor Wu after sealing for the very high lord (Tai Shang lao jun). Is the world cultural celebrities, the world one hundred celebrities. His opus essence is simplicity dialectics, opinion govern by doing nothing that goes against nature, the theory to the development of Chinese philosophy has a profound effect. His is be honored as Taoism ancestor.

    “Lao zi” with ‘way’ to explain the evolution of the universe, that the tao bring forth one, one bring forth two, two bring forth three, three bring for all things on earth. ‘Tao’ is ‘the life command and often nature’. Human being way to earth, earth way to heaven, heaven way to Tao, Tao way to natural rule. ‘Tao as the objective laws of nature, but also has a independent don’t change, go not almost’ eternal significance.

  • 老子简介 (Introduction to Lao zi /ประวัติเหลาจื้อโดยย่อ)

    日期:2013.01.31 | 分类:谈天说道 | 评论数:0

    老子,姓李名耳,字伯阳,谥曰聃,又称著老聃。楚国苦县(今河南鹿邑)人, 生于春秋后期(约公元前571年左右), 他曾做过周王室的守藏室之史, 掌管王室图籍。老子约比孔子大二十岁,孔子曾到周朝向他问礼,回鲁国后向他的学生说:我所见的老子,好像神龙见首不见尾,学识渊深而莫测,真是我老师呀!
    周王室衰败时,老子辞官西出函谷关入秦,为关令尹喜所留,著有《老子》五千言,又称《道德经》,随后便“莫知其所终”。是中国古代伟大哲学家和思想家、道家学派创始人。被唐朝帝王追认为李姓始祖,又被唐皇武后封为太上老君。是世界文化名人,世界百位历史名人之一,其作品精华是朴素辨証法,主张无为而治,其学说对中国哲学发展具有深刻影向,在道教中被尊为道祖。
    《老子》以“道”解释宇宙万物的演变,认为“道生一,一生二,二生三,三生万物”,“道”乃“夫莫之命(命令)而常自然”,因而“人法地,地法天,天法道,道法自然”。“道为客观自然规律,同时又具有独立不改,周行而不殆”的永恒意义。

  • ศาสนาเต๋าในประเทศไทยโดยสรุป

    日期:2013.01.25 | 分类:谈天说道 | 评论数:0

    泰国道教概述(泰文版)

    การย้ายถิ่นฐานของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย (ชาติพันธุ์จีน) เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคเฟื่องฟูของสมัยราชวงศ์ถังถึงยุคโจรสลัดญี่ปุ่นก่อกวนในสมัยราชวงศ์หมิง และย้ายถิ่นฐานมายังทะเลจีนใต้มากขึ้นในปลายรัชสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งในการย้ายถิ่นฐานนี้ก็เป็นการนำเอาวัฒนธรรมและความเชื่อในเทพเจ้า(ศาสนาเต๋า)ตามติดออกมาสู่ภายนอกประเทศ การที่ชาวจีนโพ้นทะเลต้องดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับกลุ่มชนต่างชนชาติในต่างแดน แต่พวกเขาก็มีจุดร่วมของการนับถือและการคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ดังนั้นกิจกรรมในพิธีทางศาสนา การที่พวกเขามีความเชื่อร่วมกันทำให้พวกเขาพร้อมกันจุดธูป คุกเข่ากราบไหว้ สมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวฟันฝ่าอุปสรรคและความทุกข์ยาก โดยไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยว ในสมัยราชกาลที่ 5 พระปิยะมหาราชทรงมีความเมตตาทรงผ่อนปรนกฏบัญญัติต่อชนชาวจีนมาก ในเวลานี้เองทำให้การดำรงชีพของชุมชนชาวจีนมีความมั่นคงขึ้น และสถานะทางสังคมในไทยก็ได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ชุมชนชาวจีนกล้าที่จะลงรากสร้างศาลเจ้าหรือวัด เพื่อแสดงออกถึงความเชื่อถือเทพเจ้าของบ้านเกิดตัวเอง นับระยะเวลามาถึงปัจจุบันมีประวัติซึ่งเกินร้อยปีขึ้นไป และเหล่าศาลเจ้าศาสนาเต๋ายังคงเหลือให้เห็นอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เช่น
    1. ศาลเจ้ากวนตี้อู่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำธนบุรี ป้ายบนประตูศาลจารึกไว้เป็นปี 1781 เชื่อระยะเริ่มก่อสร้างต้องก่อนหน้านี้อีกประมาณหนึ่ง
    2. สร้างเมื่อปี 1782 ศาลเจ้าเซวินเทียนซางตี้ตั้งอยู่ที่อยุธยา ป้ายบนประตูศาลจารึกไว้เป็นปี 1842
    3. สร้างเมื่อปี 1816 ศาลเจ้าบ้านหม้อ ก็คือศาลปุ้นเถ่ากงบ้านหม้อ
    4. สร้างเมื่อปี 1872 ศาลเจ้ากวนตี้ที่เกาะสมุย
    5. สร้างเมื่อปี 1854 ศาลเจ้าเซียนกงตลาดน้อย
    6. สร้างเมื่อปี 1864 ถนนเจริญกรุงใกล้ปากซอย 63 ศาลเจ้าซินซิ่งกงเทียนจี้
    7. สร้างเมื่อปี 1883 ใกล้กับสถานีรถไฟหัวลำโพงถนนไมตรีจิตต์ศาลเจ้าชีเซิ่นมา (ชิกเซียนมา)
    8. สร้างเมื่อปี 1892 ถนนสำเพ็งซอยตลอดเก่าศาลกวนตี้
    9. สร้างเมื่อปี 1893 ถนนวัดสามปลื้มซอยสำเพ็งศาลซินซิ่ง (ศาลเจ้าจิ่วฮวงจิโต๋เหล่า) และ
    10. สร้างเมื่อปี 1902 และศาลเจ้าลวี่ตี้ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นต้น
    เมื่อย้อนไป 70 ปีก่อนรัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบายด้านการศึกษา โดยกำหนดห้ามการเปิดเรียนเปิดสอนภาษาจีนดังนั้น ลูกหลานชาวจีนอายุ 60 ปีลงมาส่วนมากไม่สามารถพูดเขียนภาษาจีนได้แล้ว แม้แต่แซ่ของตัวเองก็ไม่สามารถเขียนได้ ยิ่งแย่ไปกว่านั้นภาษาจีนท้องถิ่นของตัวเองก็ไม่รู้จัก บางคนรู้ว่าตัวเองเป็นลูกหลานคนจีน แต่ไม่ทราบแซ่อะไร เมื่อก่อนศาลเจ้าเต๋าจำนวนมากไม่ได้ใช้ภาษาจีนในการถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น และก็ไม่รู้ว่าศาสนาเต๋าคืออะไร รู้แต่เพียงว่าเหล่าเทพเจ้าในศาลเจ้านั้นนำมาจากทางด้านใต้ของจีน กระทั่งบรรพบุรุษผู้สืบทอดศาลเจ้าในยุคก่อนก็ไม่ได้ทิ้งประวัติใดๆไว้ แต่เพื่อให้ศาลเจ้ายังต้องดำรงคงอยู่ต่อไปจึงค่อยๆปรับตัวไปร่วมกับสีสรรของพุทธศาสนา จึงทำให้พิธีกรรมของศาลเจ้าเต๋าในปัจจุบันก็ได้ใช้พิธีเดียวกันกับพุทธศาสนาสายเถรวาท

    ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ในสังคมชาวจีนเองความรู้เกี่ยวกับศาสนาเต๋า นอกจากนักพรตเต๋าและบรรดาศาสนิกชนศาสนาเต๋าซึ่งมีจำนวนน้อยแล้ว คนทั่วไปเข้าใจว่าการ “ไหว้เจ้า” หรือ “ไหว้เหล่าเอี้ย” ก็คือการ“ไหว้พระ” และการ “ไหว้พระ” ก็คือการ “ไหว้เจ้า” หรือ “ไหว้เหล่าเอี้ย” ทำให้การ “ไหว้เจ้า” หรือ “ไหว้เหล่าเอี้ย” กับการ “ไหว้พระ” คืออันเดียวกันจนยากที่จะแยกออกจากกัน คนทั่วไปรู้ว่าศาสนาพุทธคืออะไร ใครคือศาสดาของศาสนาพุทธ คนส่วนมากไม่รู้จักศาสนาเต๋า? ใครคือศาสดาของศาสนาเต๋า? และก็ไม่รู้ว่าตัวเองนับถือคือศาสนาเต๋า ต่อความหมายและความป็นมาของการ “ไหว้เจ้า” หรือ “ไหว้เหล่าเอี้ย” ไม่ชัดเจน เป็นเช่นนี้จากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบัน ความเข้าใจของสังคมต่อศาสนาเต๋ายิ่งมายิ่งลางเลือน ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวสรุปโดยย่อเกี่ยวกับศาสนาอันเก่าแก่ของเรา-ศาสนาเต๋า

    ในฐานะที่เป็นศาสนิกชนของศาสนาเต๋า อันดับแรกจะต้องเข้าใจที่มาที่ไปของความเชื่อถือของเรา ตลอดจน ประวัติศาสตร์ ความหมายและแก่นธรรมคืออะไร? ในโอกาศนี้เรามาร่วมกันศึกษาศาสนาต๋าที่เราเคารพและนับถือ
    ศาสนาเต๋าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ของชนชาวจีน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับเวลาถึงปัจจุบันมีอายุได้ 4,711 ปี โดยเริ่มต้นจากราชวงศ์ฮวงตี้ เฟื่องฟูยุคเหลาจื้อในรัชสมัยราชวงศ์โจ พัฒนาเป็นศาสนาโดยจางเต้าจวินในราชวงศ์ฮั่น ศาสนาเต๋าเคารพฟ้าและกราบไหว้บรรพบุรุษเป็นฐาน บนพื้นฐานของความเชื่อนั้นให้ “เต๋า” เป็นสภาวะสูงสุด การศึกษาเทพยดาเซียนเป็นแก่นกลาง จวบถึงปัจจุบันมีเนื้อหาที่กว้างขวางและซับซ้อนมาก ภายในนี้รวมถึงภูมิปัญญาของ ชาวบ้านและวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อๆกันมา เป็นต้น เป็นศาสนาของชนชาวจีนแต่ดั้งเดิม

    ศาสนาเต๋ามีความเชื่อว่าสรรพสิ่งในใต้เหล้าล้วนแต่มีเทพยดาสิงสถิอยู่ “ผู้ใดมีเต๋าผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้มีคุณธรรม” เน้นถึงปุถุชนต้องปฏิบัติธรรม (เต๋า)และสะสมความคุณธรรม ส่งเสริมในชีวิตประจำวันต้องมีเมตตา ประหยัดและอ่อนน้อมถ่อมตน ในการปฏิบัติพัฒนาภายในตนเองนั้นเน้นที่ความสงบสันโดษไม่แก่งแย่ง

    ศาสนาเต๋าเคารพนับถือเทพเจ้าหลากหลายองค์ ในจำนวนนี้ต้องนับว่า ซานชิงเป็นเทพแห่งเทพเจ้า นอกจากนั้นยังมีสามเทพแห่งจักรวรรดิ์(เทพฟ้า เทพดินและเทพน้ำ) ตลอดจนถึงเจ้าพ่อเมืองและเจ้าที่เจ้าทาง สังเกตุเห็นว่าในบรรดาเทพเหล่านี้มีที่มาจากฟ้าดิน คนเดินดินบรรลุเซียน รวมถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีบารมี มีความรู้ มีปฏิบัติดีมีคุณธรรมและแพทย์ที่มีผลงานความโดดเด่นเป็นต้น

  • 泰国道教概述

    日期:2013.01.21 | 分类:谈天说道 | 评论数:0

    泰国华人(中华民族)南移至泰国,可追溯至唐朝的盛唐时期开始,至明朝倭寇乱华和清朝末期更多人往泰国迁移,在迁移时,都会将家乡的风俗习惯与神明信仰(道教)一同带往海外。来到泰国的华人,生活在异国的不同民族大家庭之中,他们的共同信仰,把他们对于祖国和故乡的情结,展现为一种共同的行为。每当举行大型宗教活动时,共同的宗教信仰使他们一起烧香,一起跪拜,团结和凝聚在一起,使他们在艰苦奋斗中获得一种不孤独的凝聚感情。移民到泰国的华人,一直到五世皇朱拉隆功大帝在位时,政策上对华人特别宽容,此时,华人的生活才开始逐渐趋向稳定,在泰国的社会地位已经开始受到肯定。因此,敢于将家乡的信仰(道教) 在此扎根,此时修建了大量的庙宇。至今,超过百年历史的道教古庙还有很多间。如:

    1. 建于曼谷吞武里临河的关帝武圣庙,庙内有一匾额,题记1781年,相信建庙的时间还要早一些;
    2. 建于1782年位于都城墙内的玄天上帝庙,庙内挂有1842年的匾额;
    3. 建于1816年的万望古庙,即万望老本头公古庙;
    4. 建于1872年的苏梅岛关帝庙;
    5. 建于1854年哒叻仔的仙公宫;
    6. 建于1864年石龙军路近63巷口的新兴宫天妃圣庙;
    7. 建于1883年近华喃蓬火车站迈滴集路的七圣妈庙;
    8. 建于1892年三聘街老哒叻巷的关帝古庙;
    9. 建于1893年在越三饭路三聘直街的新兴坛(九皇及斗姥庙)和
    10. 建于1902年的吕帝庙……等等。
    七十多年前泰国实施了同化政策,不准民间开办华校并禁用华文华语。所以,在今天的泰国,很多六十岁以下的华人后裔,大多数都不会讲华语写华文,也有甚至连本身的姓名也写不出,更槽的是连自己的方言都不懂;有的只知道自己是华人,就不知道姓什么。以前很多庙宇都没有中文文字传承也不知道道教是什么,只知华人神庙众神是从中国南移带进来的,甚至早期的华裔神庙,祖先也没把文史留下。而神庙必须生存下来慢慢一点一点渗入佛教色彩,所以演变成现今的神庙仪式都采用小乘佛教仪式。
    泰国是个佛教国家,在华人社会里,了解道教的人,除了在职道士和少数对道教有认识的信徒外,一般人把“拜神”或“拜老爷”当作“拜佛”,也把“拜佛”当成“拜神”或“拜老爷”,让“拜神”或“拜老爷”与“拜佛”纠缠在一块,难解难分。很多人知道佛教是什么、佛祖是谁;大部分的人根本不知道什么是道教?道祖是谁?也不知道他们所信仰就是道教。对“拜神”或“拜老爷” 的由来与含义不清楚,而且,就这样一代接一代的传承下去,直到今天,社会对于道教的了解就越来越模糊,因此,有必要给大家简单的概述我们的古老宗教–道教。
    身为道教徒,首先必须要了解我们的信仰由来,其历史和教理教义是什么?借今天这个机会,和大家一起学习,我们所信仰的道教。
    近代大文豪鲁迅先生说过,华人的根底全在道教。道教是中华民族的古老宗教,其历史渊远流长,距今已有4,711年。源自黄帝,倡于周代老子,成教于汉代的张道陵。道教以敬天祭祖为本,在信仰的基础上以道为最高境界,神仙学说为中心,从古至今,其内容十分庞杂,里面含有民间风俗习惯,和文化传统等………,是中华民族固有的宗教。
    道教以天地万物都有神灵,并谓“道之在我就是德”,强调人一定要修道积德,主张日常生活中要慈爱、节俭、谦让。在个人修养方面以清静无为为内修功夫。
    道教崇拜的神祇很多,而以三清为首,其下有三官大帝(天官、地官和水官) ,以至城隍、土地之神。其中既有天神、真仙,也有历史人物,有显赫权贵,也有著名学者,仁人善士和杰出的医学家等等。

  • 也为道教“正名”说点话

    日期:2012.10.11 | 分类:道教消息 | 评论数:0

    先后读了《联合早报》2012年9月3日题为“马国道教总会将发动‘正名’运动”的新闻报导,以及林益华君于9月8日在《交流站》所写的文章《感同身受的道教“正名”问题》,我也有一些意见想表达。

    新加坡建国前,道教是没有正式受法律承认的组织(当时我国还是殖民地),华人社会里了解道教的人也不多,只有在职道士和少数对道教有认识的信徒,一般人都把“拜神”当作“拜佛”,也把“拜佛”当成“拜神”,让“拜神”与“拜佛”缠在一块,难解难分。很多人知道佛教是什么、佛祖是谁;大部分的人根本不知道什么是道教?道祖是谁?当时的华人社会,信仰道教的人数应该是最多的,不过,常常都被称为“华人传统信仰”。直到建国后,在政府的种族和谐政策下,由十几位各籍贯的道士与居士共同发起组织的“新加坡三清道教会”,终于在1979年的11月30日被批准注册了。这是我国当时唯一的道教团体,组织成功后开始弘扬道教文化,推广道教的教理教义,对后来道教在新加坡的发展奠定了基础。

    1989年,新加坡宗教调查报告书发布的资料显示,新加坡华人传统宗教的信仰人数,有下降的趋势,足以警惕同道,也在很大程度上说明过去的努力不够(或者不够努力)。于是,新加坡三清道教会广邀全国各道教宫庙团体,于是年3月5日假大巴窑幸福楼酒楼,共同研讨道教的困境,以及如何保留民族的文化与传统,席间产生了组织一个道教联合总会的建议,新加坡三清道教会被推举负起筹组道教总会的使命。
    1990年,新加坡道教总会终于成立,成立后的第一个工作便是争取为道教徒“正名”。在1990年新加坡人口普查表格的“宗教”一栏,道教徒终于有了自己宗教信仰正确选择–“道教/其他民间信仰”。从此之后,道教徒就有了真正属于宗教信仰的“正名”。当广大的人们对道教和道教文化有正确的认识和了解后,新加坡道教的各项发展便逐一开展,有华语、粤语、琼语和福建话的诵经班、诵经团在全国各个宫庙相继开办。也常举办讲座、研讨会以及文物展览,让广大的人们对道教有更深入的了解。

    1996年3月,新加坡道教协会主办了“第一届新加坡道教节”,于当年农历二月十五老子诞辰日隆重举行,并得到了海内外道教组织的鼎力支援,如香港青松观、香港蓬瀛仙馆以及各道宫,还有中国和台湾的宫观等,吸引了海内外不少人的注意。这是新加坡道教的一项创举,也是全球第一个正式的“道教节”。这一切的发展,不都是得以“正名”后的成果吗?

    相信大家都会感受到,只要新加坡道教总会继续努力耕耘,同时促进我国道教界的团结与共识,争取农历二月十五老子诞辰成为新加坡的另一个公共假期一道教节,也将不再是天方夜谭。这是新加坡所有道教信徒的期盼呀!

    转载自2012年9月20日新加坡《联合早报》

    作者:陈青云

    作者介绍:多年来积极参与推动新加坡道教与道教文化的发展和参与推动泰国道教发展的组织工作。

  • 全球第一个道教日将于明年(2013年) 在香港诞生

    日期:2012.09.23 | 分类:道教消息 | 评论数:0

    据闻香港道教联合会代表香港道教界,近日向香港特区政府申请每年三月的笫二个星期日为“道教日”,并得到特区政府正面的回应。相信明年香港的日历,三月份的第二个星期日会印上“道教日”三个字。

    新加坡道教协会在获得批准成立的一个月后,于1996年3月份所发起的道教节,影响了全世界各地的道教界。随着新加坡举办了“第一届道教节”之后,第二年(1997年) 马来西亚道教总会也于农历的二月十五(三月份)庆祝马国“第一届道教节”,2000年香港道教界在香港蓬瀛仙馆的号召下,由香港道教联合会联合举办了香港的“第一届道教节”,随着每年都大事庆祝,并不遗余力的将道教文化,透过各种方式让人们认识。

    香港道教界把新加坡的道教节概念带到香港之后,经过十二年的不断努力灌溉耕耘,今天终于开出美丽灿烂的花朵,诞生了全球第一个正式受到承认,属于道教的道教日,令人深感欣慰。在此,祝贺他们积极努力,坚持不懈所取得的成就与成功。

    同时更加希望新加坡道教界能团结一致,努力做好道教文化的弘扬工作,用最简单的方法让所有信徒产生共识,把香港道教界所开出的美丽灿烂花朵,也能够在新加坡结成丰满的果实。相信在大家的努力下,一定能够争取到一个属于新加坡道教/道教徒的假日——道教节。

    作者:陈青云

    作者介绍:多年来积极参与推动新加坡道教与道教文化的发展和参与推动泰国道教发展的组织工作。